ผู้เขียน หัวข้อ: วัฒนธรรมการเลี้ยงลูก..จุดเริ่มต้นของ..พฤติกรรมรักการศึกษา  (อ่าน 2016 ครั้ง)

Laos KBS

  • หน้าใหม่
  • *
  • กระทู้: 10
    • Luang Prabang institute of Knowledge Based Systems




ธรรมชาติของพ่อแม่ทุกคน..ย่อมรักลูก
แต่ความรักที่ไม่ถูกต้อง..ก็สร้างปัญหาได้มากมาย


เด็กทุกคนที่เกิดมา..ย่อมต้องการการดูแลเอาใจใส่
วัฒนธรรมการเลื้ยงลูก..จึงเป็นจุดเริ่มต้น..ของการเรียนรู้

เป็นจุดที่ปลูกฝังพฤติกรรม..ทั้งด้านดี..และด้านเสีย
เป็นจุดเริ่มต้น..ของพฤติกรรมรักการศึกษา..โดยธรรมชาติ

วัฒนธรรมการเลี้ยงลูก..ที่ไม่ถูกต้อง..ที่ไม่ได้รับการแก้ไข
ก็เป็นปัญหาสำคัญของการศึกษา..ของการพัฒนาคนดี..ให้กับสังคม


ความสามารถในการรับรู้ (Input)..และการแสดงออก (Output)

ธรรมชาติของการเรียนรู้ (Learning)..ของมนุษย์นั้น..มี 2 ด้าน

1. การรับรู้ (Input)..เป็นสัญชาตญาน..ของประสาทสัมผัส (Sense)
ประสาทสัมผัส (Sense)..ของเด็กผู้หญิง..ก็จะดีกว่าเด็กผู้ชาย..โดยธรรมชาติ
เพราะฉะนั้นเด็กผู้หญิง..ก็จะสามารถปลูกฝัง..พฤติกรรมรักการศึกษา
ได้โดยวิธีการอบรมสั่งสอน (Teaching)..เพราะการมีประสาทสัมผัสที่ดี

2. การแสดงออก (Output)..เด็กผู้ชายจะมีความแข็งแรง (Power)
แต่ความสามารถของประสาทสัมผัส (Sense)..จะต่ำกว่า..เด็กผู้หญิง
การปลูกฝัง..พฤติกรรมรักการศึกษา..ควรใช้การฝึกฝน (Learning by Doing)

แม้ว่าสัญชาตญานทางเพศ..ของเด็กผู้หญิง..และเด็กผู้ชายจะต่างกัน
แต่การปลูกฝัง..พฤติกรรมรักการศึกษา..ก็ต้องใช้ทั้ง 2 วิธี..ตามความเหมาะสม


ความไม่รู้..ไม่เข้าใจ..ไม่สนใจปัญหาการเลี้ยงลูก..ในประเทศด้อยพัฒนา
ทำให้เข้าใจว่า..ภาระของการเลี้ยงลูกนั้น..เป็นหน้าที่ของผู้หญิงฝ่ายเดียว

แต่การปลูกฝัง..พฤติกรรมรักการศึกษา..โดยวิธีการฝึกฝน (Learning by Doing)
ต้องใช้เวลา..ต้องใช้ประสบการณ์..และที่สำคัญ..ควรเป็นหน้าที่ของผู้ชาย


เพราะว่า..การฝึกฝนโดยวิธี Learning by Doing ให้เด็กเก่ง..และฉลาดนั้น
ก็คือ..การให้เด็กเรียนรู้..ความลำบาก..และการแก้ปัญหา..ซึ่งเป็นธรรมชาติของผู้ชาย


การมีคุณปู่..หรือคุณตา..มาช่วยดูแล..จึงมีความสำคัญต่อพฤติกรรมรักการศึกษา




ความอยากรู้..อยากทำตาม..อยากเลียนแบบ..ต้องการคนที่เข้าใจ

ในความเป็นจริง..การดูแลเด็ก 1 คน..ควรต้องมีผู้ใหญ่ถึง 3 คน
และ 1 ใน 3 คนนั้น..ต้องเป็นผู้ชาย..เพราะธรรมชาติของผู้หญิง
จะห่วงใยเรื่องอาหารการกิน..สุขภาพ..และการเจ็บป่วยของเด็ก

ดังนั้น..การตอบสนองความอยากรู้..อยากเห็น..โดยวิธี Learning by Doing
จึงควรเป็นหน้าที่ของผู้ชาย..ที่มีประสบการณ์ เช่น คุณปู่..หรือคุณตาของเด็กเอง


ความห่วงใยของผู้หญิง..ต่อสุขภาพ..และการเจ็บป่วยของเด็กนั้น
จะมีผลต่อความอยากรู้..อยากเห็น..และการแสดงออกของเด็ก
ซึ่งผู้หญิง..มักจะแสดงออก..ด้วยการห้ามโน่น..ด้วยการห้ามนี่
ซึ่งเป็น..ความไม่รู้..ไม่เข้าใจ..การ Learning by Doing ของเด็ก

อีกเรื่องหนึ่ง..ที่สำคัญที่สุดก็คือ..การหยอกล้อเด็ก..ให้ร้องวี๊ดว๊าดดีใจ
เป็นการทำลาย..สมาธิที่รุนแรงที่สุด..ซึ่งสามารถพิสูจน์ได้ด้วยตัวเอง


เด็กที่ถูกหยอกล้อ..ให้ร้องวี๊ดว๊าดดีใจ..ตั้งแต่ตื่นนอน..ตั้งแต่เช้านั้น
จิตใจของเด็ก..จะติดอยู่กับความสนุกสนาน..ไม่มีสมาธิไปตลอดทั้งวัน

การเล่นเป็นเพื่อนของเด็ก..เป็นสิ่งที่ดี..เป็นสิ่งที่เด็กทุกคนต้องการ
แต่การหยอกล้อเด็ก..ให้ร้องวี๊ดว๊าดดีใจนั้น..อาจเป็นการทำลายเด็ก
เป็นการทำลายสมาธิ..เป็นการทำลาย..พฤติกรรมรักการศึกษา


ความรู้..ความเข้าใจ..การตอบสนอง..ภาวะที่เด็กอยากแสดงออก
จึงควรเป็นความรับผิดชอบ..ของคนที่เป็นคุณปู่..คุณตา..เพราะมีประสบการณ์
มีความรัก..ความห่วงใย..ต่อลูกต่อหลาน..ต่อพฤติกรรมรักการศึกษาของเด็ก


วัฒนธรรมการเลี้ยงลูก..จุดเริ่มต้นของ..พฤติกรรมรักการศึกษา

Remark : บทความนี้แปลมาจาก..ต้นฉบับภาษาลาว (Lao Language)

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 02, 2010, 07:12:16 AM โดย Laos KBS »
ท้าวคำไต  แห่ง..ทุ่งไหหิน
Lao Knowledge Based Systems Project
Luang Prabang Institute of Knowledge Based Systems

dapad

  • ฝึกหัด
  • **
  • กระทู้: 104

2b

  • บุคคลทั่วไป