ผู้เขียน หัวข้อ: Open Source License เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม  (อ่าน 1629 ครั้ง)

นายอบ

  • ผู้ดูแลบอร์ด
  • หน้าใหม่
  • *****
  • กระทู้: 7
Open Source License มีหลายแบบ ขึ้นอยู่กับว่าผู้พัฒนาโปรแกรมจะเลือกให้โปรแกรมของตัวเองเป็นแบบไหน โดยแบบที่เห็นๆกันบ่อยๆก็จะมีGNU, GPL, LGPL, Apache, BSD, CC เป็นต้น โดยเรามาเริ่มทำความรู้จักกับ Open Source License ตัวแรกเลย คือ
1. GNU General Public License (GPL)

เป็นลิขสิทธิ์พื้นฐานที่ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายสำหรับ open-source projects ซึ่งเราสามารถทำสิ่งต่อไปนี้ได้

    Copy software ไปไว้ที่ไหนก็ได้และไม่มีการจำกัดจำนวน
    แจกจ่ายให้กับใครก็ได้
    สามารถเก็บค่าใช้จ่ายได้ แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องให้ source code ทั้งหมดแก่ผู้ซื้อเพื่อนำไปพัฒนาต่อด้วย
    แก้ไข ดัดแปลงได้ทั้งหมด เพื่อนำไปเป็นส่วนหนึ่งของ project ตัวเอง แต่ project นั้นจะต้องมีลิขสิทธิ์เป็น GPL ต่อด้วย

2. GNU Lesser General Public License (LGPL)

LGPL จะต่างกับ GPL ตรงที่ ถ้าเรานำ code หรือ libraries บางส่วนไปใช้กับงานที่ไม่ใช่ open-source project เราไม่จำเป็นต้องเปิดเผย source code หรือใช้ลิขสิทธิ์เดียวกับ GPL ก็ได้
3. MIT License

เป็นลิขสิทธิ์ที่มีความเรียบง่ายและสั้นที่สุดหากเทียบกับอันอื่น ๆ เพราะ MIT กล่าวอย่างชัดแจ้งว่าสิทธิ์การใช้งานนั้นเป็นของ end-user รวมทั้งสามารถนำไปใช้ คัดลอก แก้ไข แจกจ่าย หรือนำไปขายก็ยังได้ และไม่มีการจำกัดในเรื่องของงาน แต่จะต้องมีการใส่ข้อสัญญาของ MIT ลงไปในส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน
4. BSD License

มีข้อจำกัดน้อยกว่าในเรื่องการแจกจ่ายต่อถ้าเทียบกับประเภทอื่นอย่าง GPL ซึ่งจะถูกแบ่งเป็น

    New BSD License หรือ Modified BSD License (BSD 3-Clause)
    Simplified BSD License หรือ Free BSD License (BSD 2-Clause)

4.1New BSD License หรือ Modified BSD License (BSD 3-Clause)

จะอนุญาตให้แจกจ่ายต่อได้ไม่ว่าวัตถุประสงค์ใดก็ตาม แต่ห้ามใส่ชื่อองค์กรที่ผลิต หรือชื่อผู้ร่วมพัฒนาเข้าไปในงาน เพื่อใช้ในการโฆษณาส่งเสริมสินค้า เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น และต้องมีการระบุข้อสัญญาลงไปในส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน โดยทั่วไปมีรูปแบบดังนี้ี้

4.2Simplified BSD License หรือ Free BSD License (BSD 2-Clause)

เหมือนกับ New BSD License ทุกประการแต่แตกต่างเพียงแค่ Simplified BSD License สามารถใช้ชื่อองค์กรที่ผลิตหรือชื่อผู้ร่วมพัฒนามาโฆษณาส่งเสริมสินค้าได้ โดยไม่จำเป็นต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร หรือพูดง่าย ๆ ว่าจะคล้ายกับ MIT เลย และต้องมีการระบุข้อสัญญาลงไปในส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน โดยทั่วไปมีรูปแบบดังนี้ี้
5. Apache License

ถือเป็นลิขสิทธิ์ตัวหนึ่งที่ครอบคลุมทั้งเรื่องลิขสิทธิ์และสิทธิบัตร ในขณะที่บางตัวจะครอบคลุมเพียงแค่ลิขสิทธิ์เท่านั้น สำหรับการใช้งาน Apache License เราจะมีสิทธิ์ใช้ถาวร เมื่อไรก็ได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีการผูกขาด ซึ่งใครสามารถใช้ก็ได้ และสิทธิ์ที่ใช้นั้นก็ครอบคลุมไปทุกพื้นที่ทั่วโลก เช่น หากลิขสิทธิ์ได้ทำขึ้นที่เมืองไทย แต่เราต้องการนำไปใช้ที่ประเทศอังกฤษก็สามารถทำได้ ส่วนการแจกจ่าย code ต่อนั้นต้องให้เครดิตคนพัฒนา และต้องรักษาลิขสิทธิ์เดียวกันด้วย

ลิขสิทธิ์ของ software ไม่ได้มีแต่เพียงเท่านี้ ซึ่งยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกเป็นจำนวนมาก ทางที่ดีเราควรอ่านรายละเอียดให้รอบคอบก่อนที่จะนำงานนั้นไปใช้ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง

เมื่อได้เรียนรู้และเข้าใจถึงความหมายของลิขสิทธิ์แล้ว เราควรเคารพและให้ความสำคัญกับลิขสิทธิ์อย่างเคร่งครัดเพื่อเป็นการให้ เกียรติและเพิ่มคุณค่าของผู้สร้างสรรค์ผลงาน

ที่มา Open Source License เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม http://wp.me/p2Yu4w-U ผ่าน @wordpressdotcom